วันอังคารที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

จะเป็น เต่า หรือ กระต่าย ก็ตายช้าพอกัน

อยากอายุยืน สุขภาพแข็งแรง ไม่ยากเลย ถ้าคุณวิ่ง
ไม่ว่จำเป็นต้องวิ่งเร็วเป็นกระต่ายป่า ถึงจะช้าเป็นเต่า การวิ่งสามารถช่วยลดโอกาสในการเกิดโรคเกี่ยวกับหัวใจได้ทั้งคู่


อ้างอิงจากงานวิจัยที่เผยแพร่เมื่อวันจันทร์ที่ 28 กรกฎาคม 2014 โดย American College of Cardiology ผู้ที่วิ่งเป็นประจำ ไม่เกี่ยงระยะทาง ไกลเป็นมาราธอน หรือว่าแค่วิ่งระหว่างช่วงตึก จะมีอายุยืนยาวกว่าผู้ที่ไม่วิ่ง 

จากการเก็บข้อมูลกลุ่มตัวอย่าง 55,000 คน ช่วงอายุ 18-100 ปี เป็นเวลา 15 ปี พบว่า ผู้ที่วิ่งเป็นประจำ ลดความเสี่ยงการเสียชีวิตจากสาเหตุต่างๆ น้อยลงถึง 30% โดยเฉพาะโรคเกี่ยวกับหัวใจลดความเสี่ยงลงถึง 45%

นอกจากนี้จากผู้เสียชีวิตจากโรคหัวใจ 1,217 คนในกลุ่มตัวอย่าง ยังพบอีกว่า มีเพียง 24% เท่านั้นที่เคยออกกำลังด้วยการวิ่ง


ดร.DC Lee หัวหน้าทีมวิจัยกล่าวว่า ระยะเวลาในการวิ่งต่อสัปดาห์ ไม่ว่าจะต่ำกว่า 1 ชั่วโมง หรือมากกว่า 3 ชั่วโมง จะได้รับประโยชน์ในระยะยาวไม่ต่างกันนัก อย่างไรก็ตาม ผู้ที่วิ่งเป็นประจำอย่างต่อเนื่องาไม่ต่ำกว่า 6 ปีจะได้รับประโยชน์จากการวิ่งมากที่สุด

#วิ่งกับม่อน 

อ้างอิงจาก http://time.com/3048568/even-if-youre-bad-at-it-running-reduces-risk-of-death/

วันอาทิตย์ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

วิ่งกับม่อน #2 - วิ่งด้วยใจไม่ใช่เท้า

9 กุมภาพันธ์ 2557 , BITEC Half Marathon: The Heart Runners 10.7 กม.

1.00 น. นอนไม่หลับ...อีกแล้วนะ ได้ข่าวว่าต้องตื่นตี 4 ไปวิ่ง สาเหตุคิดว่าเพราะตอนเย็นหลับไปแล้วบนเครื่องบินตอนกลับจากภูเก็ต ตอนนี้เลยตาสว่างสะใจ


4.00 น. ในห้วงของการผลักตัวเองขึ้นจากเตียง ก็คิดขึ้นมาว่า เฮ่ย.. วันนี้จะไหวปะวะ (เพื่อนที่วิ่งด้วยกันมาอ่านคงแบะปากใส่) ทำไมถึงคิดอย่างนี้? เพราะสัปดาห์นี้งานยุ่งมากกกก มีเวลาซ้อมแค่วันเดียวคือไปวิ่งสวนเบญจฯ 10 กิโล แถมเมื่อวานเพิ่งไปงานที่ภูเก็ตเหนื่อยมาก แต่…เราก็มีไม้ตายบางอย่างซ่อนไว้ ซึ่งเชื่อว่ามันอาจจะช่วยให้เราวิ่งไหวในวันนี้ หึหึ...เดี๋ยวเฉลย


5.45 น. กว่าจะตามหาเพื่อนๆ เจอ กว่าจะนั่งเซ็ทไอโฟนเสร็จ อ้าว ไม่ได้วอร์มเลย ปล่อยตัวแล้ว งานนี้คนวิ่งเยอะมากๆ รับสมัครจนคนเต็ม แล้วก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไร เด็กๆ เยอะมากอีกแล้ว (วัย 16-24 ปี โดยประมาณ) แต่คอยดูเถอะ ถึงจะแก่(กว่านิดหน่อย) จะวิ่งแซงให้หมด! เราแอบยิ้มคนเดียวและคิดในใจดังๆแบบตัวละครช่อง 7


6.00 น. กิโลที่ 2… งานนี้มันเก๋ตรงที่ปิดถนนบางนา-ตราด เลนกลางตั้งแต่ BITEC ถึง IKEA เลยดูเรายิ่งใหญ่คับถนนมาก (และรถก็คงด่าพวกเรามาก) เนื่องจากเป็นถนนที่รถบรรทุกวิ่งเยอะในวันปกติ พื้นเลยค่อนข้างมีตะปุ่มตะป่ำมาก และไฟถนนก็ดับๆ มืดๆ ทางวิ่งก็ตรงอย่างเดียวออกจะน่าเบื่อ พอเข้าสู่กิโลที่ 3 เราค่อนข้างมั่นใจว่าอยู่ในกลุ่มนำครึ่งแรก เพราะคนเริ่มบางตา ตอนกลับตัวเจอคนที่วิ่งอยู่ข้างๆยิ่งน้อย ณ จุดนี้ก็เซลฟ์พอประมาณ เพราะได้วิ่งสวนทางกับคนกลุ่มใหญ่ที่ตามมาเป็นพรวน แต่เราวิ่งโดดเด่นอยู่กับคนไม่กี่คน ฮิฮิ


6.20 น. ท่ามกลางความมืดและความเหนื่อยหอบ น้องปอมๆบอย(ย้ำ ปอมๆบอย...)หน้าเทาที่มาเต้นเชียร์สร้างสีสัน หันมาที่เรา โบกมือส่งยิ้มให้ แล้วก็บอก "สู้ๆค่า~" … ในเวลาที่แรงจะหมดแบบนั้น คำพูดจากคนไม่รู้จักกันกลับทำให้มีแรงเพิ่มขึ้นอีก 1 ขีดเลยนะ


6.30 น. ถึงกิโลที่ 7-8 เหนื่อยมาก แต่กัดฟันวิ่งแซงคู่แข่งคนนึง (เป็นศัตรูกับเขาไปทั่ว) เขาไม่รู้หรอกว่าเราแอบหมั่นมาตั้งแต่งานวิ่งที่จอมบึง เพราะมัน(เริ่มมัน)มาแซงเราตอนกิโลสุดท้าย! กล้ามาก ก่อนเราจะฮึดแซงกลับใน 200 เมตรสุดท้ายฮ่าๆๆๆ สะใจ(เลวจัง) แล้วก็เป็นอีกครั้งที่เราวิ่งแซงเขาไปทั้งๆที่ตัวเองก็จะเดี้ยง อนึ่ง เราว่าเขาก็เก่งมากที่วิ่งนำเรามาตั้ง 7 กิโลรวด แต่ก็นะ...หึ


6.39 น. ที่กิโลสุดท้าย เราเจอกับสะพานกลับรถอีกครั้ง เราต้องวิ่งขึ้นสะพานในตอนที่กำลังจะตาย แต่มันก็ยังโอเคกว่าตอนสะพานภูมิพล แต่ที่ไม่โอเคคือบรรดานักวิ่ง 5 กิโลที่เดินเล่นถ่ายรูปกันอยู่ ประเด็นคือทำให้ทางวิ่งเหลือน้อย เราเลยต้องวิ่งออกเลนนอก วิ่งไปคนเดียวโดดเด่นในสภาพที่ contrast กับเด็กๆหน้าใสที่เกาะกลุ่มถ่ายรูปเหล่านั้น สภาพที่เสื้อเปียกโชก หน้าเหมือนศพที่ยังไม่แต่ง ท่าทางบิดเบี้ยวจากกล้ามเนื้อที่ปวดระบม แต่เรากลับรู้สึกดี และรู้สึกแตกต่าง.. จนถึงเส้นชัยที่ระยะทาง 10.7 กิโล(ไหนบอก 10) ด้วยเวลา 57.58 นาที แต่ทำลายสถิติสำหรับระยะ 10 กิโลของตัวเอง 54.16 นาที น้อยลงกว่าเดิม 1 นาที เหนื่อยมากแต่ก็ฟิน


7.00 น. ถ่ายรูปตามอัธยาศัย งานวิ่งนี้มีเพื่อนเจ็บหลายคน เราว่าเพราะถนนไม่ค่อยเรียบ และแสงสว่างบางจุดมืดมากทำให้มองไม่เห็นพื้นถนน ประกอบกับถนนเส้นนี้มีสภาพเป็นหลังเต่าชัดมาก(วิเคราะห์แบบจบแลนด์สเคป) ทำให้พื้นเอียงนิดๆ ตลอดทาง สรุปงานวิ่งนี้ให้ B เพราะเสื้อสวยและเด็กๆเยอะ ส่วนเคล็ดลับซึ่งเราว่าโอเพราะสามารถทำให้วิ่งเสร็จแบบไม่เจ็บอะไรเลย คือ เราไปว่ายน้ำมา มันโอเคเลยนะ ^^

#วิ่งกับม่อน



เหรียญวิ่งด้วยใจ

วันพฤหัสบดีที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2557

วิ่งกับม่อน #1 - วิ่งสู่ชีวิตใหม่

5 มกราคม 2557 - 10 กม.

4.00 น. วันอาทิตย์ที่ยังมีความหนาวอยู่บ้าง เป็นเวลาที่ perfect ที่สุดสำหรับการนอนหลับใต้ผ้าห่มอุ่นๆ เรากลิ้งไปมาบนเตียงประมาณ 18 รอบ พร้อมหยิบไอโฟนมาตั้งเวลาปลุกใหม่เป็น 4.10 น. (เพื่อ?!) 10 นาทีผ่านไปไวมาก.. เอาล่ะ ถ้าไม่ดันตัวเองจากเตียงตอนนี้ คงได้นอนต่อถึงเที่ยงแน่ๆ เราคิดแล้วกระชากตัวเองขึ้นอาบน้ำแต่งตัวออกจากบ้านด้วยความทรมานสุดๆ ด้วยความง่วงนอนสุดๆ ไม่เข้าใจตัวเองสุดๆ และขับรถไปไกลสุดๆ .. ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ

5.00 น. จะว่าไปค่าน้ำมันไป-กลับอาจจะแพงกว่าค่าสมัคร 100 บาทอีกนะ เรางงตัวเองนิดๆ ขณะขับรถไกลกว่า 40 โล เพื่อไปวิ่งแค่ 10 โล เพื่ออะไร? และเมื่อถึงหน้างาน เป็นอีกครั้ง ที่เรารู้สึกหลงใหลเสน่ห์ของงานวิ่งมาราธอน ซุ้มปล่อยตัวขนาดใหญ่ แสง สี เสียงพิธีกรที่ดูตื่นเต้นเกินหน้านักวิ่ง และที่สำคัญ ผู้คน โดยเฉพาะผู้คนประเภท เด็กๆ (ฮ่าๆ) 

ยอมรับเลยว่าทุกครั้งที่ไปวิ่งแล้วเห็นวัยรุ่นหน้าละอ่อนมากมายพร้อมใจกันตื่นเช้ามาวิ่ง มันทำให้รู้สึกปลื้มใจ ไม่ใช่เพราะเด็กมันน่ารัก.. อันนั้นคือหื่น แต่เพราะเรารู้สึกถึงคำว่า "อนาคตของชาติ" จริงๆนะ สมัยก่อน(ค่อนข้างนานมาแล้วในระดับนึง) ตอนเป็นวัยรุ่น อย่าหวังว่าจะเห็นเราตื่นก่อน 10 โมงในวันอาทิตย์แบบนี้แน่ๆ จึงเกิดรู้สึกชื่นชมเด็กๆเหล่านี้เป็นพิเศษ ในนิตยสาร 'สารคดี' บอกว่า ถ้าคุณอยากให้ใครเริ่มต้นวิ่ง ให้พาเขามางานวิ่งมาราธอนสักครั้ง' เราเห็นด้วย มันมีมนต์เสน่ห์บางอย่างที่เราอธิบายไม่ได้จริงๆ...

5.59 น. กำลังจะออกสตาร์ทงานวิ่งแรกของปีนี้แล้ว ไม่ได้ซ้อมมา 5 วัน ซึ่งไม่ดีเลย การวิ่งควรจะซ้อมต่อเนื่องวันเว้นวัน หรือพักไม่เกิน 3 วัน เฮียมูราคามิ (What I Talk About When I Talk About Running) บอกไว้ว่า กล้ามเนื้อคนเราก็เหมือนวัวเหมือนควาย ถ้าไม่ใช้ไถนาเป็นประจำก็จะไม่มีแรง ขี้เกียจ อู้งาน งานวิ่งคราวนี้เราเลยทำใจว่าคงไม่ทำลายสถิติเดิมที่ 55 นาที และคงจะเหนื่อยหอบพอควร เอาล่ะ ได้เวลาวิ่งแล้ว เรากดไอโฟนจับเวลา และเพลงแรกที่ดังขึ้นมาก็เข้ากับบรรยากาศดี Search for the Hero (inside yourself) ของ M-People…

6.xx น. เหนื่อยมาก! บอกเลย! ปรกติเวลาวิ่งเราจะไม่พักดื่มน้ำทุกสถานี แต่งานนี้พักทุกจุด ยิ่งตอน 3 กิโลสุดท้ายใจจะขาด จนที่จุดกลับตัวนึง เราเจอเพื่อนนักวิ่ง(ที่กด like กันใน instagram แต่ไม่เคยคุยกันในชีวิตจริง) แซงหน้าเราไปประมาณ 200 เมตร เพื่อนๆตั้งฉายาคนนี้ว่า "นักวิ่งตูดบิด" คือเขาเป็นคนที่เป๊ะมาก หน้าเป๊ะ ชุดเป๊ะ พร็อปเป๊ะ ที่สำคัญวิ่งเร็ว แต่ตูดบิด .. เราตามหลังนักวิ่งตูดบิดอยู่เหรอเนี่ย วูบแห่งความผิดหวังแว่บเข้ามาเบาๆ แต่ don't care เราไม่ได้วิ่งแข่งกับใคร เราแข่งกับตัวเองก็พอ เราปลอบใจตัวเองแบบโลกสวย

6.56 น. สปีดเข้าเส้นชัย ด้วยเวลา 56.40 นาที ไม่ทำลายสถิติตามคาด เหนื่อย หมดแรง ปวดเข่า นี่ชั้นมาทำอะไรที่นี่เนี่ย ชั้นต้องการอะไรจากโลก นั่นคือความคิดสับสนตอนเข้าเส้นชัยขณะก้มบีบเข่าซ้ายที่ปวดระบม แต่เมื่อเงยหน้าขึ้นมา ทีมงานยื่นดอกกุหลาบมาให้เรา (ทีแรกนึกว่าให้คนหน้าตาดี เปล่าหรอกให้ทุกคน) โมเมนต์นั้นบอกเลยว่า ฟิน ประทับใจมาก นักกีฬากับดอกไม้ช่างเข้ากันเหลือเกิน(โดยเฉพาะกับเรา) เรารู้แล้วว่ามาที่นี่ทำไม เราวิ่งทำไม ในเวลาที่เราเหนื่อยมากๆ ท้อมากๆ เจ็บมากๆ สิ่งสวยงามเพียงเล็กน้อยที่เข้ามาในชีวิต เราจะมองเห็นคุณค่าของมันว่ายิ่งใหญ่กว่าปรกติ อย่างเช่นดอกกุหลาบ(ที่ลืมเลาะหนาม ก้านหัก ใบเหี่ยวๆ)...ดอกนี้ การวิ่ง ฝึกให้เรามองโลกในมุมมองใหม่ๆ หัดเข้าใจถึงความทุกข์ เพื่อจะมองเห็นความสุขเล็กๆ ที่อยู่รอบๆตัว

7.30 น. ถ่ายรูปตามอัธยาศัย ไม่เจอเพื่อนๆมหาลัยที่มาวิ่งเลย เพื่อนนักวิ่งก้ามปูที่มาด้วยเริ่มบ่นง่วงนอน เราเลยรีบกลับกัน นักวิ่งตูดบิดเข้ามากด like รูปวิ่งใน instagram เหมือนเคย เรายิ้มเบาๆ กับมิตรภาพที่เกิดจากการวิ่ง แต่…ไม่ต้องลุ้นหรอกนะ เพราะว่าเขามีแฟนแล้ว :)