9 กุมภาพันธ์ 2557 , BITEC Half Marathon: The Heart Runners 10.7 กม.
1.00 น. นอนไม่หลับ...อีกแล้วนะ ได้ข่าวว่าต้องตื่นตี 4 ไปวิ่ง สาเหตุคิดว่าเพราะตอนเย็นหลับไปแล้วบนเครื่องบินตอนกลับจากภูเก็ต ตอนนี้เลยตาสว่างสะใจ
4.00 น. ในห้วงของการผลักตัวเองขึ้นจากเตียง ก็คิดขึ้นมาว่า เฮ่ย.. วันนี้จะไหวปะวะ (เพื่อนที่วิ่งด้วยกันมาอ่านคงแบะปากใส่) ทำไมถึงคิดอย่างนี้? เพราะสัปดาห์นี้งานยุ่งมากกกก มีเวลาซ้อมแค่วันเดียวคือไปวิ่งสวนเบญจฯ 10 กิโล แถมเมื่อวานเพิ่งไปงานที่ภูเก็ตเหนื่อยมาก แต่…เราก็มีไม้ตายบางอย่างซ่อนไว้ ซึ่งเชื่อว่ามันอาจจะช่วยให้เราวิ่งไหวในวันนี้ หึหึ...เดี๋ยวเฉลย
5.45 น. กว่าจะตามหาเพื่อนๆ เจอ กว่าจะนั่งเซ็ทไอโฟนเสร็จ อ้าว ไม่ได้วอร์มเลย ปล่อยตัวแล้ว งานนี้คนวิ่งเยอะมากๆ รับสมัครจนคนเต็ม แล้วก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไร เด็กๆ เยอะมากอีกแล้ว (วัย 16-24 ปี โดยประมาณ) แต่คอยดูเถอะ ถึงจะแก่(กว่านิดหน่อย) จะวิ่งแซงให้หมด! เราแอบยิ้มคนเดียวและคิดในใจดังๆแบบตัวละครช่อง 7
6.00 น. กิโลที่ 2… งานนี้มันเก๋ตรงที่ปิดถนนบางนา-ตราด เลนกลางตั้งแต่ BITEC ถึง IKEA เลยดูเรายิ่งใหญ่คับถนนมาก (และรถก็คงด่าพวกเรามาก) เนื่องจากเป็นถนนที่รถบรรทุกวิ่งเยอะในวันปกติ พื้นเลยค่อนข้างมีตะปุ่มตะป่ำมาก และไฟถนนก็ดับๆ มืดๆ ทางวิ่งก็ตรงอย่างเดียวออกจะน่าเบื่อ พอเข้าสู่กิโลที่ 3 เราค่อนข้างมั่นใจว่าอยู่ในกลุ่มนำครึ่งแรก เพราะคนเริ่มบางตา ตอนกลับตัวเจอคนที่วิ่งอยู่ข้างๆยิ่งน้อย ณ จุดนี้ก็เซลฟ์พอประมาณ เพราะได้วิ่งสวนทางกับคนกลุ่มใหญ่ที่ตามมาเป็นพรวน แต่เราวิ่งโดดเด่นอยู่กับคนไม่กี่คน ฮิฮิ
6.20 น. ท่ามกลางความมืดและความเหนื่อยหอบ น้องปอมๆบอย(ย้ำ ปอมๆบอย...)หน้าเทาที่มาเต้นเชียร์สร้างสีสัน หันมาที่เรา โบกมือส่งยิ้มให้ แล้วก็บอก "สู้ๆค่า~" … ในเวลาที่แรงจะหมดแบบนั้น คำพูดจากคนไม่รู้จักกันกลับทำให้มีแรงเพิ่มขึ้นอีก 1 ขีดเลยนะ
6.30 น. ถึงกิโลที่ 7-8 เหนื่อยมาก แต่กัดฟันวิ่งแซงคู่แข่งคนนึง (เป็นศัตรูกับเขาไปทั่ว) เขาไม่รู้หรอกว่าเราแอบหมั่นมาตั้งแต่งานวิ่งที่จอมบึง เพราะมัน(เริ่มมัน)มาแซงเราตอนกิโลสุดท้าย! กล้ามาก ก่อนเราจะฮึดแซงกลับใน 200 เมตรสุดท้ายฮ่าๆๆๆ สะใจ(เลวจัง) แล้วก็เป็นอีกครั้งที่เราวิ่งแซงเขาไปทั้งๆที่ตัวเองก็จะเดี้ยง อนึ่ง เราว่าเขาก็เก่งมากที่วิ่งนำเรามาตั้ง 7 กิโลรวด แต่ก็นะ...หึ
6.39 น. ที่กิโลสุดท้าย เราเจอกับสะพานกลับรถอีกครั้ง เราต้องวิ่งขึ้นสะพานในตอนที่กำลังจะตาย แต่มันก็ยังโอเคกว่าตอนสะพานภูมิพล แต่ที่ไม่โอเคคือบรรดานักวิ่ง 5 กิโลที่เดินเล่นถ่ายรูปกันอยู่ ประเด็นคือทำให้ทางวิ่งเหลือน้อย เราเลยต้องวิ่งออกเลนนอก วิ่งไปคนเดียวโดดเด่นในสภาพที่ contrast กับเด็กๆหน้าใสที่เกาะกลุ่มถ่ายรูปเหล่านั้น สภาพที่เสื้อเปียกโชก หน้าเหมือนศพที่ยังไม่แต่ง ท่าทางบิดเบี้ยวจากกล้ามเนื้อที่ปวดระบม แต่เรากลับรู้สึกดี และรู้สึกแตกต่าง.. จนถึงเส้นชัยที่ระยะทาง 10.7 กิโล(ไหนบอก 10) ด้วยเวลา 57.58 นาที แต่ทำลายสถิติสำหรับระยะ 10 กิโลของตัวเอง 54.16 นาที น้อยลงกว่าเดิม 1 นาที เหนื่อยมากแต่ก็ฟิน
7.00 น. ถ่ายรูปตามอัธยาศัย งานวิ่งนี้มีเพื่อนเจ็บหลายคน เราว่าเพราะถนนไม่ค่อยเรียบ และแสงสว่างบางจุดมืดมากทำให้มองไม่เห็นพื้นถนน ประกอบกับถนนเส้นนี้มีสภาพเป็นหลังเต่าชัดมาก(วิเคราะห์แบบจบแลนด์สเคป) ทำให้พื้นเอียงนิดๆ ตลอดทาง สรุปงานวิ่งนี้ให้ B เพราะเสื้อสวยและเด็กๆเยอะ ส่วนเคล็ดลับซึ่งเราว่าโอเพราะสามารถทำให้วิ่งเสร็จแบบไม่เจ็บอะไรเลย คือ เราไปว่ายน้ำมา มันโอเคเลยนะ ^^
#วิ่งกับม่อน
#วิ่งกับม่อน

.jpg)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น