5 มกราคม 2557 - 10 กม.
4.00 น. วันอาทิตย์ที่ยังมีความหนาวอยู่บ้าง เป็นเวลาที่ perfect ที่สุดสำหรับการนอนหลับใต้ผ้าห่มอุ่นๆ เรากลิ้งไปมาบนเตียงประมาณ 18 รอบ พร้อมหยิบไอโฟนมาตั้งเวลาปลุกใหม่เป็น 4.10 น. (เพื่อ?!) 10 นาทีผ่านไปไวมาก.. เอาล่ะ ถ้าไม่ดันตัวเองจากเตียงตอนนี้ คงได้นอนต่อถึงเที่ยงแน่ๆ เราคิดแล้วกระชากตัวเองขึ้นอาบน้ำแต่งตัวออกจากบ้านด้วยความทรมานสุดๆ ด้วยความง่วงนอนสุดๆ ไม่เข้าใจตัวเองสุดๆ และขับรถไปไกลสุดๆ .. ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ
5.00 น. จะว่าไปค่าน้ำมันไป-กลับอาจจะแพงกว่าค่าสมัคร 100 บาทอีกนะ เรางงตัวเองนิดๆ ขณะขับรถไกลกว่า 40 โล เพื่อไปวิ่งแค่ 10 โล เพื่ออะไร? และเมื่อถึงหน้างาน เป็นอีกครั้ง ที่เรารู้สึกหลงใหลเสน่ห์ของงานวิ่งมาราธอน ซุ้มปล่อยตัวขนาดใหญ่ แสง สี เสียงพิธีกรที่ดูตื่นเต้นเกินหน้านักวิ่ง และที่สำคัญ ผู้คน โดยเฉพาะผู้คนประเภท เด็กๆ (ฮ่าๆ)
ยอมรับเลยว่าทุกครั้งที่ไปวิ่งแล้วเห็นวัยรุ่นหน้าละอ่อนมากมายพร้อมใจกันตื่นเช้ามาวิ่ง มันทำให้รู้สึกปลื้มใจ ไม่ใช่เพราะเด็กมันน่ารัก.. อันนั้นคือหื่น แต่เพราะเรารู้สึกถึงคำว่า "อนาคตของชาติ" จริงๆนะ สมัยก่อน(ค่อนข้างนานมาแล้วในระดับนึง) ตอนเป็นวัยรุ่น อย่าหวังว่าจะเห็นเราตื่นก่อน 10 โมงในวันอาทิตย์แบบนี้แน่ๆ จึงเกิดรู้สึกชื่นชมเด็กๆเหล่านี้เป็นพิเศษ ในนิตยสาร 'สารคดี' บอกว่า ถ้าคุณอยากให้ใครเริ่มต้นวิ่ง ให้พาเขามางานวิ่งมาราธอนสักครั้ง' เราเห็นด้วย มันมีมนต์เสน่ห์บางอย่างที่เราอธิบายไม่ได้จริงๆ...
5.59 น. กำลังจะออกสตาร์ทงานวิ่งแรกของปีนี้แล้ว ไม่ได้ซ้อมมา 5 วัน ซึ่งไม่ดีเลย การวิ่งควรจะซ้อมต่อเนื่องวันเว้นวัน หรือพักไม่เกิน 3 วัน เฮียมูราคามิ (What I Talk About When I Talk About Running) บอกไว้ว่า กล้ามเนื้อคนเราก็เหมือนวัวเหมือนควาย ถ้าไม่ใช้ไถนาเป็นประจำก็จะไม่มีแรง ขี้เกียจ อู้งาน งานวิ่งคราวนี้เราเลยทำใจว่าคงไม่ทำลายสถิติเดิมที่ 55 นาที และคงจะเหนื่อยหอบพอควร เอาล่ะ ได้เวลาวิ่งแล้ว เรากดไอโฟนจับเวลา และเพลงแรกที่ดังขึ้นมาก็เข้ากับบรรยากาศดี Search for the Hero (inside yourself) ของ M-People…
6.xx น. เหนื่อยมาก! บอกเลย! ปรกติเวลาวิ่งเราจะไม่พักดื่มน้ำทุกสถานี แต่งานนี้พักทุกจุด ยิ่งตอน 3 กิโลสุดท้ายใจจะขาด จนที่จุดกลับตัวนึง เราเจอเพื่อนนักวิ่ง(ที่กด like กันใน instagram แต่ไม่เคยคุยกันในชีวิตจริง) แซงหน้าเราไปประมาณ 200 เมตร เพื่อนๆตั้งฉายาคนนี้ว่า "นักวิ่งตูดบิด" คือเขาเป็นคนที่เป๊ะมาก หน้าเป๊ะ ชุดเป๊ะ พร็อปเป๊ะ ที่สำคัญวิ่งเร็ว แต่ตูดบิด .. เราตามหลังนักวิ่งตูดบิดอยู่เหรอเนี่ย วูบแห่งความผิดหวังแว่บเข้ามาเบาๆ แต่ don't care เราไม่ได้วิ่งแข่งกับใคร เราแข่งกับตัวเองก็พอ เราปลอบใจตัวเองแบบโลกสวย
6.56 น. สปีดเข้าเส้นชัย ด้วยเวลา 56.40 นาที ไม่ทำลายสถิติตามคาด เหนื่อย หมดแรง ปวดเข่า นี่ชั้นมาทำอะไรที่นี่เนี่ย ชั้นต้องการอะไรจากโลก นั่นคือความคิดสับสนตอนเข้าเส้นชัยขณะก้มบีบเข่าซ้ายที่ปวดระบม แต่เมื่อเงยหน้าขึ้นมา ทีมงานยื่นดอกกุหลาบมาให้เรา (ทีแรกนึกว่าให้คนหน้าตาดี เปล่าหรอกให้ทุกคน) โมเมนต์นั้นบอกเลยว่า ฟิน ประทับใจมาก นักกีฬากับดอกไม้ช่างเข้ากันเหลือเกิน(โดยเฉพาะกับเรา) เรารู้แล้วว่ามาที่นี่ทำไม เราวิ่งทำไม ในเวลาที่เราเหนื่อยมากๆ ท้อมากๆ เจ็บมากๆ สิ่งสวยงามเพียงเล็กน้อยที่เข้ามาในชีวิต เราจะมองเห็นคุณค่าของมันว่ายิ่งใหญ่กว่าปรกติ อย่างเช่นดอกกุหลาบ(ที่ลืมเลาะหนาม ก้านหัก ใบเหี่ยวๆ)...ดอกนี้ การวิ่ง ฝึกให้เรามองโลกในมุมมองใหม่ๆ หัดเข้าใจถึงความทุกข์ เพื่อจะมองเห็นความสุขเล็กๆ ที่อยู่รอบๆตัว
7.30 น. ถ่ายรูปตามอัธยาศัย ไม่เจอเพื่อนๆมหาลัยที่มาวิ่งเลย เพื่อนนักวิ่งก้ามปูที่มาด้วยเริ่มบ่นง่วงนอน เราเลยรีบกลับกัน นักวิ่งตูดบิดเข้ามากด like รูปวิ่งใน instagram เหมือนเคย เรายิ้มเบาๆ กับมิตรภาพที่เกิดจากการวิ่ง แต่…ไม่ต้องลุ้นหรอกนะ เพราะว่าเขามีแฟนแล้ว :)